ReadyPlanet.com


ยังมีหน้าไปสอนเขาอีก


 

ในวันที่เจอตนเองว่า “ยังมีหน้าไปสอนเขาอีก..”

By SirichaiwattJune 29, 2020 Home » บทความดีๆ» การพัฒนาตัวเอง Think+ » แปลงทัศนคติ » ในวันที่เจอตนเองว่า “ยังมีหน้าไปสอนเขาอีก..”

ธรรมชาติของผู้คนจำนวนมาก รวมทั้งผมเมื่อก่อน เป็นในช่วงเวลาที่พวกเรามองเห็นอะไรผิดจำเป็นต้อง พวกเราย่อมไม่ค่อยสบายใจ ต้องการแสดงออกบางสิ่งบางอย่าง จนกระทั่งว่า กล่าว สอน บอกในสิ่งที่ถูกให้อีกข้างได้รับทราบ ซึ่งหลายๆครั้ง มันก็เป็นเพียงแค่สิ่งที่พวกเรา “รู้สึกว่าถูก” โดยที่มันถูกจริงๆหรือไม่ไม่รู้เรื่อง…


แม้ว่าจะตู่เอาว่า พวกเรามีประสบการณ์หัวข้อนั้นมาแล้ว พบเจอหัวข้อนั้นมาแล้ว แต่ว่าทราบไหม การเห็นสิ่งบ่อยๆสามารถฝังพวกเราให้มั่นใจว่าโน่นเกิดเรื่องที่ถูกได้ โดยที่ถ้าพินิจพิจารณาให้ดี นี่บางทีอาจเป็นเพียงแต่ “ความเป็นไปได้” ใช่จะ “ถูกเสมอ” บนเหตุอันนานับประการอีกหลายแบบของผู้อื่นเขาที่พวกเราคิดจะสอน..


แน่ๆว่า เมื่อพวกเราประสบพบเห็นในความไม่ถูกต้อง ไหมชื่นชอบ ขัดใจ อะไรก็แล้วแต่ แม้ว่ากันเพียงแค่ “เจตนา” แล้ว ส่วนมากการไปบอก สอน เตือน ท้วงติง ต่างๆเกิดเรื่องที่ดี อยู่บนฐานรากความเอื้อเฟื้อ ต่อกัน เนื่องจากว่าถ้าหากเป็นคนไม่เคยทราบกัน พวกเราก็มักไม่บอก ไม่สอน ดังต่อไปนี้โดยมากการไปบอกสอนผู้ใดกัน ล้วนย่อมอยู่ในรากฐานของเจตนาดีต่อเขา แต่ในเจตนาดีนั้น ผลไม่เคยเท่าเจตนา..


อนึ่งคำว่า “สอน” ในเนื้อหานี้ หมายความว่าการสอนสั่ง ไม่ใช่การสอนแบบ How to ครับผม ที่เป็นการสอนกรรมวิธี ขั้นตอนการมันคนละเรื่องกัน การสอนในที่นี้ บางทีอาจเรียกว่าเสนอแนะ ชี้แนะ เตือน ดังเช่นเรื่อง เกี่ยวกับเรื่องชีวิต การตัดสินใจ คิด หรือทำอะไรของบุคคลอื่น


กลับมาย้ำตรงที่ผมพูดว่า เมื่อเจตนาสอนดี แต่ว่าผลสรุปไม่เคยเท่าเจตนา กล่าวอีกนัยหนึ่ง ถึงแม้เขาจะรู้ดีว่าคุณมีเจตนาดีแค่ไหน แม้กระนั้นมันมีต้นเหตุมากจนเกินไปที่ทำให้เขาไม่เชื่อพวกเรา (ราวกับที่พวกเราไม่เชื่อคนใดกันกล้วยๆเหมือนกัน) ดังต่อไปนี้


เขาไม่เชื่อ เนื่องจากพวกเราไม่น่าเชื่อ

มีหลายๆต้นสายปลายเหตุที่ทำให้เขาไม่เชื่อ ในสิ่งที่พวกเราบอก, สอน แม้ว่าจะถูกหรือเป็นจริงแค่ไหนก็ ต้นสายปลายเหตุหนึ่งที่ผมจะทดลองให้ตรองมองเป็น “เพราะเหตุว่าพวกเราทำอะไรมิได้ดีมากยิ่งกว่าเขา” เขาก็เลยไม่เชื่อ ในที่นี้เป็นผลที่มองเห็นกันอะไรบางอย่าง ดังเช่น ฐานะด้านการเงิน, สังคมและก็ด้านอื่น เสมอภาคหรือด้อยกว่า การเล่าเรียน, หน้าที่การงาน มิได้ดีมากกว่า เขาก็เลยคิดว่า ถ้าหากพวกเราคิดได้เหนือกว่า ทำเป็นดีมากยิ่งกว่า อะไรๆก็จะต้องดีมากกว่าเขาไปแล้ว ก็เลยไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเชื่อ ได้แก่จะ ให้คนจบมัธยม สอนหนังสือ นิสิตมหาลัย อาจมีบางเรื่องที่ทำเป็น แต่ว่าส่วนมากพวกเราก็ปฏิเสธ นี่เป็นธรรมชาติ แต่ว่าถ้าเกิดพวกเราเห็นว่า การที่เขาคิด รู้สึกแบบนี้ ผิดนัก หลายเรื่องมิได้วัดเพียงแค่ที่ตรงนั้น มันก็ถูกในมุม “ของพวกเรา” แต่ว่ามันมิได้แปลว่ามันถูกในมุม “ของเขา” หรือเขาจำเป็นจะต้องเห็นด้วยไม่ใช่หรือ


เขาไม่เชื่อ เพราะเหตุว่าพวกเราไม่ใช่เขา

หากกล่าวต่อจากข้อก่อนหน้าที่ผ่านมา เขาไม่เชื่อเนื่องจากคิดว่าพวกเราไม่ได้มีอะไรดีมากเกินกว่าเขา ในอีกด้าน พวกเราอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีหลายประเภท หรือด้านที่เกี่ยวโยงกับหัวข้อนั้น ดียิ่งกว่าเขา แม้กระนั้นก็ยังไม่เชื่อ เพราะว่าเขาก็มองดูได้อีกว่า “เพราะว่าพวกเราดีมากกว่าเขายังไง” พวกเราก็เลยไม่รู้เรื่อง ไม่เคยทราบถึงเหตุการณ์ของเขา หรือถึงทราบเนื่องจากว่ามีหลายสิ่งดียิ่งกว่าพวกเราก็เลยไขปัญหาได้ รวมทั้งไม่มีทางเป็นแบบเขาหรอก ยกตัวอย่างที่แจ้งชัดสักแบบหนึ่ง อย่างเช่น พวกเรามีการเรียนสูงขึ้นยิ่งกว่า เมื่อเขาไม่มีงานทำ พวกเราก็บอกเขาว่า หางานไม่ได้ทำยากหรอก เขาก็จะคิดว่า เพราะเหตุว่าพวกเราจบสูงขึ้นยิ่งกว่าเลยคิดอย่างงี้ ในความจริงไม่มีผู้ใดทราบหรอกว่าจะได้งานยากหรือง่าย แม้กระนั้นมันเป็นเพียงแต่ทัศนคติแบบหนึ่งเพียงเท่านั้น หรือ พวกเรามีฐานะทางการเงินดีมากกว่า เขาก็จะรู้สึกว่า เนื่องจากว่าพวกเรามีเงินพวกเราจะแก้ไขปัญหาทั้งหมดทุกอย่างได้ ซึ่งส่วนใดส่วนหนึ่งพวกเราก็มิได้มั่งคั่งขนาดนั้น แล้วก็เงินก็มิได้ไขปัญหาได้ทุกสิ่ง ดังนี้ยังอีกหลายสาเหตุพวกเราก็เคยจำเป็นต้องผ่านจุดนั้นที่เขากำลังเผชิญมา แต่ว่าเขาจะมองดูเพียงแค่เดี๋ยวนี้ว่า พวกเราดียิ่งกว่าเขา พวกเราไม่รู้เรื่องเขาหรอก หากพวกเราเป็นเขาพวกเราก็ทำไม่ได้หรอก.. ทำนองนั้นไป..


เขาเชื่อ แต่ว่าเชื่อคนอื่นๆด้วย

ต่อไปนี้ก็มีอีกแบบ ที่เขามองเชื่อพวกเราในสิ่งที่บอกสอน เสนอแนะ แต่ว่า.. เขาก็อยากได้ความเชื่อมั่นและมั่นใจ ก็เลยไปขอความเห็นชอบที่ 2 หรือข้อคิดเห็นที่อื่นๆอีก (มันก็ไม่ผิดนะ) แม้กระนั้นเอ.. อย่างงี้เขาเชื่อจริงไหมนะ กรณีนี้ บางครั้งบางคราวข้อแนะนำของพวกเรา โดยรายละเอียดอาจมีความบางทีอาจน่าไว้ใจ แต่ว่าตัวตนพวกเราในสายตาเขายังไม่น่าเชื่อถือเพียงพอ หรือตรงกันข้ามเป็น ตัวตนพวกเราน่าไว้วางใจ แม้กระนั้นคำเสนอแนะกลับทำให้เขายังไม่แน่ใจ มันก็บางทีก็อาจจะเป็นได้ที่มันมองไกลตัวเขาจนถึงเขายังไม่มั่นใจ หรือเหตุผลอื่น แต่ว่าโดยรวมเขาก็เชื่อรวมทั้งฟัง แต่ว่าไปขอคำแนะนำผู้อื่นต่ออีก ซึ่งถ้าเกิดสิ่งที่บุคคลอื่นบอกมันเป็นไปในทางเดียวกันกับพวกเรา มันก็จะไปในทางนั้น แต่ว่าถ้าหากคำเสนอแนะบุคคลอื่นลบล้างสิ่งที่พวกเราชี้แนะ พอๆกับว่า จากเชื่อก็แปลงเป็นไม่เชื่อ หรือไม่ก็ยังเชื่ออยู่ แม้กระนั้นเชื่อน้อยกว่าอีกคนเสียแล้ว ซึ่งคนไหนกันแน่จะถูกหรือไม่ถูกก็เรื่องหนึ่ง แม้กระนั้นก็อดสงสัยมิได้ว่า แล้วจะถามพวกเราให้ (ตั้งอกตั้งใจ) ตอบไปเพราะอะไร..


เขาไม่เชื่อ เพราะเหตุว่าไม่เชื่อ.. (ผิดจิตใจ)

“ความเลื่อมใส” ผมพูดเฉไฉมอว่า เป็นดาบสองคม การที่พวกเราไม่เชื่อในสิ่งใดเลย ก็ไม่ดี เชื่อทุกๆสิ่งทุกๆอย่างย่อมไม่ดีเช่นเดียวกัน ที่น่าสยดสยองเป็นเชื่อในสิ่งที่ผิดแบบฝังใจ สำหรับในประเด็นนี้ นับว่าเป็นความศรัทธาที่ขัดแย้ง หลายสิ่ง หลายเรื่องเป็นมากกว่าเพียงแค่ความ ถูก จะว่าความชอบใจก็ไม่เชิง แม้กระนั้นหลายสาเหตุก็ใช่ แม้สิ่งที่บอกสอนนั้นมันไม่ตรงดวงใจ ตรงจริต ความเลื่อมใสของเขา เขาก็ไม่เชื่อ ตัวอย่างเช่น เอาวิทยาศาสตร์ กับ ไสยเวท มาสอนเตือนกัน มันก็จะไปคนละทาง อันนี้แบบอย่างที่เห็นกระจ่าง แต่ว่าตามความเป็นจริง ความศรัทธาอะไรบางอย่างมันละเอียดลออกว่านี้มากมาย มันก็เลยทำให้เขาไม่เห็นพ้อง ซึ่งในมุมหนึ่ง ราวกับที่บอกไปช่วงแรก การที่เขาไม่เชื่อพวกเรานั้น มันบางทีอาจเป็นพวกเราที่เชื่อไม่ถูกๆอยู่เองก็เป็นไปได้นะ ได้แก่ พวกเราเชื่อเรื่อง ฮวงจุุ้ย จัดบ้าน ไม่ว่าจะมุมศาสตร์ หรือจิตวิทยาก็ตาม แต่ว่าเขาเห็นว่ามันไกลตัวกับงานการ ชีวิต เขาย่อมไม่เชื่อ เนื่องจากไม่ใช่ทางเขา ซึ่งมันก็ยากจะบ่งชัดว่า พวกเราหรือเขาที่เป็นข้างถูก..


เขาเชื่อแม้กระนั้นลืม…

ย้ำทวนก่อนว่า ผมกำลังเอ๋ยถึง การสอนคนไหนแล้ว ผลไม่เท่าเจตนา อีกมุมหนึ่งนั้นเป็น เขาเชื่อ รวมทั้งฟัง แต่ว่าคราวหลังเขาก็ลืม ว่ากันตรงๆแล้วในมุมนี้ บางทีอาจเนื่องจากว่าพวกเรา หรืออาจารย์ตู่เอาเองว่า สิ่งที่สอนบอกไปนั้นควรจะมีค่า บางบุคคลดูไปดวงดีคุณโน่นเลยแต่ว่าไม่ใช่เลยนะครับ มันมีหลายเหตุผลที่เขา “เสมือนเชื่อ” ตัวอย่างเช่น เขาเพียงแค่ต้องการรักษาสมาคมกับคุณ ต้องการให้คุณมีส่วนร่วมกับเขา อยากที่จะให้มีความรู้สึกว่าเป็นเพื่อนเขา เขาก็เลยเพราะรักษาสิ่งพวกนี้ไว้


ในอีกส่วนอาจจะเกิดขึ้นได้ก็เพราะ ปัญหานั้นมิได้ทำให้เขาลำบากขมักเขม้นอะไร เขาเพียงแค่เป็นคนพูดมากหรือเพียงแค่ “ต้องการระบาย” แม้กระนั้นพวกเราเป็นคนเอาใจใส่เป็นจริงเป็นจัง เพียงพอเขามากล่าวให้ฟัง พวกเราก็ดันไปตอบเป็นการใหญ่ ทั้งๆที่มันไม่ใช่เรื่องสำคัญ.. ไม่นานเขาย่อมลืม แต่ว่าพวกเราดันจำ…


เขาเชื่อ แม้กระนั้นไม่ทำ

ท้ายที่สุดแล้วทุกปัญหา ถ้าเกิดจะแก้ย่อมจะต้อง “ลงมือกระทำ” ไม่ว่าสิ่งที่พวกเราบอก สอน จะดี ถูกแค่ไหน แต่ว่าในที่สุดเมื่อเขาไม่นำไปทำ มันก็ไม่เป็นผลสำเร็จรวมทั้งเสียเปล่าในคำกล่าวอบรมสั่งสอนนั้น ที่จริงแล้วถ้าหากพวกเราวางใจได้ รู้เรื่องมันได้ดีแล้วไป แม้กระนั้นหากไว้ใจมิได้ ด้วยความประสงค์ดีมากมาย ห่วงมากมาย หรืออื่นใดต่อคนนั้น มันก็กลับมารังควานเจตนาพวกเราคือเรื่องธรรดา แล้วจุดหนึ่งก็จะพบว่า พวกเราแปลงคนไหนกันแน่มิได้ ถ้าหากเขาไม่ได้อยากเปลี่ยนแปลงเอง…


ทั้งหมดทั้งปวงนั้นมันมีนานาประการมุมเหลือเกิน ที่การบอกสอน หรือจริงๆในที่นี้เป็นให้คำปรึกษาคนไหนกัน มันเกิดเรื่องที่ยากลำบากเสียอย่างยิ่ง แม้กระนั้นพวกเราคนจำนวนไม่น้อยก็จะทำมันด้วยความบริสุทธิ์ใจเสมอ..


และก็ด้วยสารพันเหตุผลที่กล่าวมา คุณอาจเริ่มคิดรวมทั้งมีความเห็นว่า “พวกเรายังมีหน้าไปสอนผู้ใดกันแน่เขาเพราะเหตุใด” จะว่าไปแล้วคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ หรือช่องทางที่จะการบรรลุเป้าหมาย ต่ำมากมายๆที่คนไหนจะเชื่อ ฟัง แล้วก็ผลสรุปตรงตามเจตนาที่พวกเรามีให้ใครสักคน…


จะอ้าปากสอนใครกันแน่ เอากลับมาสอนตนเองในมุมหนึ่งก่อน

ดูราวกับว่าผมกำลังดูหัวข้อนี้ในทางร้าย แต่ว่าไม่ใช่เลย ก็แค่ถึงเวลานี้ผมก็ยังพบ การเสียความรู้สึกหากแม้ไม่มากมายก็ตามในความประสงค์ดี เจตนาดีทำนองนี้ แต่ว่ามันก็น้อยกว่าเมื่อก่อนล้นหลาม เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้แทบไม่บอก เตือน สอน อะไรคนไหนกันแน่เลยด้วย จะมีสักคนหนึ่งพวกเราก็จำต้องเต็มอกเต็มใจจริงๆและก็ทำใจให้ได้เพราะ ผลสรุปบางทีอาจไม่ตรงเจตนา โดยบางทีอาจเป็นพวกเราเองที่หลงผิด สถานะไม่ถูก หรือคิดผิดเองราวกับที่เขียนไป สรุปกล้วยๆก็ในประมาณว่าจะสอน/เสนอแนะอะไรผู้ใดกันแน่ให้ถามจิตใจตนเองดีๆ


ที่สุดแล้วสำหรับผมโชคดีที่มีสิ่งนี้ เป็นการเขียนเป็นบทความดีๆกลุ่มนี้ล่ะครับผม คนจะอ่านควรจะมีความดิ้นรน ขวนขวาย ตั้งอกตั้งใจนิดนึง ไม่เช่นนั้นอาจจะไม่คิดจะอ่าน หรืออ่านไม่จบ รวมทั้งผมไม่เคยทราบว่าผลดีไหม แต่ว่าทำด้วยเจตนาดี บนแนวความคิดที่ไม่คิดสรุปอะไรแทนคนไหนกันแน่ แล้วก็เขียนแล้วบทความอยู่ตลอดไป ไม่เศร้าใจ ไม่เสียแรง แหะๆเพราะว่ามิได้บอกคนๆเดียว ควรมีสักคนหนึ่งที่ได้ประโยชน์จริงๆ


ท้ายที่สุด พวกเราเชื่อคนไหน ผู้ใดกันแน่จะเชื่อพวกเรา ไม่ถูกถูก ยากวินิจฉัย ในบ่อยครั้ง แทนที่กำลังจะอ้าปากสอนคนใดกัน เอากลับมาสอนตนเองในมุมหนึ่งก่อน ว่าทำเป็นดีหรือยัง พวกเรากำลังเริ่มจะมีสติเพียงใด เพราะว่าพวกเราเองก็จำต้องไม่ประมาทกับชีวิต เพราะเหตุว่าพวกเรา “ควรจะทราบ” ว่า พวกเรา “ไม่รู้เรื่องว่า” ในอนาคตอะไรจะเกิดขึ้น สิ่งที่พวกเราเชื่อ วันหลังบางทีอาจไม่ใช่ สิ่งที่วันนี้ไม่ใช่วันหน้าวันหลังบางทีอาจถูกแล้วพวกเราก็จะต้องเปลี่ยนแปลงมุมมองที่สอนใหม่ ไม่ใช่คนไหนกันแน่ สอนให้ตัวเรานี่แหละ ทำความเข้าใจเปลี่ยนก่อน..


สนับสนุนโดย สล็อต



ผู้ตั้งกระทู้ สนิม 22 :: วันที่ลงประกาศ 2021-02-10 11:03:20


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.