ReadyPlanet.com


เทียนเล่มโปรดของคุณกำลังทำให้ท่านเป็นพิษอย่างช้าๆไหม?


สำหรับเพื่อการค้นหาปัจจุบันบนเว็บไซต์ฉันเจอบทความทำให้ฉันหยุดเลื่อนและก็มีความสนใจว่า“ เทียนของคุณเป็นพิษไหม?” อ่านพาดหัวเรื่อง ฉันตกอกตกใจมากมายไม่เคยอยู่ในความฝันที่ดุร้ายที่สุดของฉันฉันคิดด้วยว่าเทียน Anthropologie อันเป็นสุดที่รักของฉันอาจจะส่งผลให้ฉันเป็นพิษในขณะพวกเขาเต็มบ้านของฉันด้วยคำใบ้ที่สวยของวานิลลาและก็ลูกพีช ฉันอ่านเนื้อหานี้และจากนั้นก็อีกหัวข้อและก็อีกหนึ่งเรื่อง - ทั้งสิ้นเตือนฉันว่าเทียนของฉันกำลังทำลายชีวิตฉัน แม้กระนั้นนี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากการตรวจดูให้ถี่ถ้วนฉันพบว่าบทความพวกนี้ส่วนมากการศึกษาต่ำหรือเรื่องจริงที่ยากให้สำรอง โดยเหตุนี้ฉันก็เลยตกลงใจว่าก่อนที่จะฉันจะโยนเทียนที่สวย (รวมทั้งราคาสูง) ของฉันออกไปฉันควรจะกระทำการตรวจดูอย่างเหมาะควรเพื่อจัดแจงกับคำเรียกร้องทางอินเทอร์เน็ตทั้งผองที่กล่าวถึงว่าเทียนเป็นคนร้ายเงียบ
 
คำเรียกร้องที่ 1: ไส้เทียนมีแกนนำ
อันตรายหลักอย่างหนึ่งที่บล็อกเกอร์เอ่ยถึงเมื่อกล่าวถึงเทียนเป็นไส้ตะเกียง - ไส้ตะเกียงควรจะมีความชัดเจน จากคำพูดของนักประพันธ์กลุ่มนี้เทียนหลายเล่มที่ผู้ซื้อทำด้วยไส้ตะเกียงที่ทำมาจากตะกั่วซึ่งเมื่อติดไฟสามารถปลดปล่อยสารเคมีที่เป็นโทษรุนแรง (รวมทั้งก่อโรคมะเร็ง) เข้ามาในบ้านของคุณได้ อย่างไรก็แล้วแต่ไม่เป็นความจริง
 
“ ไส้ตะเกียงถูกห้ามในประเทศสหรัฐอเมริกามาเกือบจะสองทศวรรษแล้ว แต่ว่าพวกเราได้ยินมาตลอดว่าเทียนมีไส้ตะเกียงแล้วก็พวกเราต้องการที่จะให้ผู้คนรู้เรื่องว่าไม่ใช่แบบงั้นมันมิได้เกิดขึ้นตรงเวลายาวนานหลายปีแล้ว” Rob Harrington, Ph.D. , นักพิษวิทยาจาก National Candle Association ในขณะในสมัยก่อนไส้ตะเกียงทำด้วยตะกั่วเพื่อไส้ตะเกียงแข็งขึ้น แม้กระนั้นไส้ตะเกียงตะกั่วได้รับการไม่ถูกกฎหมายอย่างเป็นทางการโดยคณะกรรมการความปลอดภัยสินค้าเพื่อผู้ใช้ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 2546 ถ้าเกิดคุณมีเทียนในห้องใต้หลังคาตั้งแต่ก่อนปี 2546 และก็คุณกลุ้มอกกลุ้มใจว่า บางทีอาจเป็นหัวหน้าในพวกเขาพวกเขาบางทีอาจมิได้กล่าวว่าสมาชิก National Candle Association ตกลงด้วยความเต็มใจที่จะไม่ใช้ตะกั่วในปี 1974 (รวมทั้งใช่ Yankee Candle เป็นพวก)
 
ณ จุดนี้หนึ่งในไม่กี่แนวทางที่คุณสามารถลงเอยด้วยไส้ตะเกียงแกนนำเป็นถ้าเกิดคุณนำเข้าแท่งเทียนที่มิได้อยู่ภายใต้กฎข้อบังคับกลุ่มนี้ แม้กระนั้นแม้กระนั้นช่องทางก็ยังน้อยเนื่องด้วยมี National Candle Association (NCA) เสมอกันทั่วทั้งโลก มั่นอกมั่นใจในความปลอดภัยของเทียน แต่ว่าหากคุณไม่มั่นใจว่าจะจุดเทียนได้ก็มีแนวทางกล้วยๆสำหรับการมองว่าเทียนนั้นไม่มีอันตรายไหม ถูกระดาษสีขาวบนไส้เทียนที่ยังมิได้เผาหากไส้ตะเกียงทิ้งรอยเหมือนดินสอสีเทาไว้นั่นหากไม่มีสีเทาก็ควรจะไป
 
คำเรียกร้องที่ 2: ขี้ผึ้งเทียนทำมาจากสารเคมีอันตรายที่ปลดปล่อยออกมาเมื่อถูกเผา
 
ตกลงไส้เทียนก็ใช้ได้ แม้กระนั้นขี้ผึ้งก้อนใหญ่ที่เป็นเทียนจริงล่ะ? ปรากฎว่ามันไม่เลวร้ายอย่างที่นักประพันธ์บางบุคคลเชื่อเหมือนกัน เทียนชอบทำจากขี้ผึ้งน้ำมันก๊าดหรือขี้ผึ้งถั่วเหลืองซึ่งทั้งคู่อย่างงี้เป็นของแข็งที่ปฏิบัติภารกิจเป็นเชื้อเพลิงสำหรับเปลวเทียน ผู้เขียนมักอ้างถึงการเล่าเรียนในปี 2009 ของนักค้นคว้าจากมหาวิทยาลัยที่เมืองเซาท์แคโรไลนาที่กล่าวถึงว่าขี้ผึ้งน้ำมันก๊าดปลดปล่อยสารเคมีที่ก่อให้เกิดอันตรายยกตัวอย่างเช่นโทลูอีน อย่างไรก็ดีการวิจัยชิ้นนี้ถูกเรียกให้เป็นปัญหาโดย NCA โดยเฉพาะเพราะว่าไม่เคยพิมพ์ในนิตยสารและก็มีการตรวจตราโดยเพื่อนพ้อง จากการพิจารณาอย่างใกล้ชิด NCA ยังพบว่านักค้นคว้าที่ทำงานเล่าเรียนไม่เคยตรวจทานว่าเทียนที่เขามองนั้นเป็นน้ำมันก๊าดหรือเทียนถั่วเหลืองจริงๆรวมทั้งสารเคมีอันตรายประเภทหนึ่งที่นักค้นคว้ากล่าวถึงว่าเจอในเทียนน้ำมันก๊าด (ไตรคลอโรเอทิลีน) ไม่อาจจะทำเป็น ได้รับการสร้างโดยการเผาไหม้ด้วยเหตุว่าน้ำมันก๊าดไม่มีส่วนประกอบที่ต้องสำหรับเพื่อการผลิต ปรากฎว่าการเล่าเรียนที่ไม่ดีอย่างหนึ่งที่ทุกคนจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยเพื่อสร้างกรณีของพวกเขานั้นไม่น่าไว้วางใจโดยยิ่งไปกว่านั้น“ มันไม่ใช่วิทยาศาสตร์ที่ทราม แม้กระนั้นก็ไม่ใช่วิทยาศาสตร์” แฮร์ริงตันกล่าว
 
ตกลงการศึกษาเล่าเรียนชิ้นหนึ่งไม่น่าเชื่อถือโน่นมิได้แสดงว่าแว็กซ์อยู่ในความแจ้งชัดใช่ไหม ไม่มีอะไรที่จะทำให้พวกเราคิดเป็นอันอื่นได้ จากข้อมูลของ Harrington (และก็งานศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัยของฉัน) ไม่มีเบื้องต้นด้านวิทยาศาสตร์สำหรับในการกล่าวถึงว่าน้ำมันก๊าดหรือถั่วเหลืองหรือขี้ผึ้งชนิดอื่นๆบางทีอาจก่อให้เกิดอันตรายเมื่อถูกเผา ในความจริงเพื่อต่อสู้กับความนึกคิดที่ว่าขี้ผึ้งเป็นโทษในทางใดทางหนึ่ง NCA ร่วมกับสัมพันธ์เทียนนานาประเทศอื่นๆได้ช่วยเหลือการเรียนขี้ผึ้งน้ำมันก๊าดขี้ผึ้งถั่วเหลืองขี้ผึ้งปาล์มและก็เทียนขี้ผึ้งเพื่อมองว่าสารเคมีชนิดใดที่ปลดปล่อยออกมาเมื่อตรงประเด็น การศึกษาเรียนรู้ที่ปฏิบัติการเป็นอิสระพบว่า“ ขี้ผึ้งสำคัญๆทั้งหมดทั้งปวงถูกเผาในลักษณะก็จะคล้ายกันมากมายและก็ขี้ผึ้งทั้งสิ้นผลิตผลิตภัณฑ์การเผาไหม้ที่เช่นเดียวกันเกือบจะทั้งหมด ... ขี้ผึ้งทั้งสิ้นทำให้เห็นว่าไม่มีอันตรายเมื่อใช้ในเทียน” แฮร์ริงตันกล่าว
 
จากการเล่าเรียนอื่นๆของนักค้นคว้าชาวตะวันตกพบว่าเมื่อเทียนเผาพวกเขาจะผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้ำรวมทั้งกลิ่นหอมยวนใจเป็นส่วนมาก (ถ้าหากคุณกำลังเผาเทียนหอม) และก็สารเคมีอื่นๆที่เกิดขึ้นเมื่อเผาจะเจอในความเข้มข้นต่ำแบบนี้ ไม่ก่อเกิดการเสี่ยงรุนแรงต่อร่างกาย
คำเรียกร้องที่ 3: น้ำหอมในเทียนหอมเป็นโทษอย่างร้ายแรงต่อร่างกายของคนเรา
ตกลงไส้เทียนก็ใช้ได้และก็ขี้ผึ้งก็ปลอดภัย แม้กระนั้นแล้วกลิ่นหอมหวนในเทียนหอมล่ะ? เป็นไปไม่ได้ที่พายผลแอปเปิ้ลและก็ไอติมกลิ่นวานิลลาสดไม่มีสารก่อโรคมะเร็งใช่หรือไม่ใช่? อืมไม่ถูกอีกแล้ว ใช่เกิดเรื่องจริงที่น้ำหอมที่ทำให้เทียนล่อใจนั้นทำด้วยสารเคมี (ไม่น่าประหลาดใจที่คุณไม่สามารถที่จะใส่ป่าสนลงในขี้ผึ้งได้) แต่ว่าน้ำหอมทั้งหมดทั้งปวงพวกนี้มักเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยที่ระบุโดย International Fragrance Association ซึ่ง เชื่อมั่นได้ว่าสารเคมีที่ใช้นั้นปราศจากพิษแล้วก็ไม่มีอันตรายในการใช้งานของผู้คน
 
เงื่อนไขของเทียนหอมเป็นในเวลาที่กลิ่นหอมยวนใจบางทีอาจไม่เป็นอันตราย แม้กระนั้นก็อาจส่งผลให้กำเนิดปัญหากับมวลชนบางกรุ๊ปได้ ดังที่ Janice Nolen ผู้ช่วยรองประธานข้างหลักการแห่งชาติของ American Lung Association บอกว่า“ แค่เพียงกลิ่นเพียงอย่างเดียวสำหรับคนที่เป็นโรคโรคหอบหืดก็สามารถก่อเรื่องสำหรับการหายใจได้” Nolen เสนอแนะให้ผ่านสินค้าที่มีกลิ่นหอมยวนใจไปพร้อม (ใช่รวมทั้งเครื่องฟอกอากาศและก็เครื่องกระจัดกระจายน้ำมัน) แม้กระนั้นขอเรียกร้องให้เฉพาะกรุ๊ปที่มีการเสี่ยงสูงเป็นต้นว่าเด็กตัวเล็กๆผู้เจ็บป่วยโรคหืดรวมทั้งคนแก่ที่แก่มากยิ่งกว่า 65 ปีอยู่ไกลๆอย่างแน่แท้)
 
คำเรียกร้อง 4: เทียนปลดปล่อยอนุภาครวมทั้งสารอินทรีย์ระเหย
หัวข้อที่น่าแย้งอีกประการหนึ่งเกี่ยวกับเทียนและก็ผลพวงต่อร่างกายเป็นการปลดปล่อยอนุภาคที่เป็นโทษไปกลางอากาศไหมและก็นี่เป็นสิ่งที่ Nolen มีความรู้สึกว่าเทียนบางทีอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ “ เทียนเป็นสิ่งที่ผู้คนเห็นว่าไม่เป็นพิษเป็นภัยและก็สิ่งจำเป็นเป็นจำต้องใส่ใจว่าเทียนพวกนั้นมิได้สุภาพ” คุณกล่าว
 
ถ้าเกิดคุณเข้าชั้นเรียนวิทยาศาสตร์สภาพแวดล้อมมาครู่หนึ่งแล้วขอฉันแบ่งเรื่องฝุ่น (PM) ให้ท่าน PM หมายคืออนุภาคของแข็งรวมทั้งของเหลวที่อยู่กลางอากาศที่พวกเราหายใจซึ่งอนุภาคที่เล็กที่สุดสามารถผ่านระบบคุ้มครองป้องกันตามธรรมชาติของร่างกายรวมทั้งไปสู่ปอดของพวกเราได้ เมื่ออนุภาคเล็กๆพวกนี้เข้าไปในปอดของพวกเราอาจจะเป็นผลให้ทั้งหมดทุกอย่างตั้งแต่ไอแล้วก็หายใจไม่ออกไปจนกระทั่งปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพกระทันหันดังเช่นว่าหัวใจวายหรือโรคเส้นเลือดสมอง จากที่ Nolen เทียนพวกนี้ปลดปล่อยมลภาวะของอนุภาคที่บางทีอาจนำมาซึ่งการก่อให้เกิดผลกระทบที่ทำให้เป็นอันตรายกลุ่มนี้ แม้กระนั้นไม่ใช่ว่าเทียนเป็นแหล่งเกิดมลภาวะอนุภาคเพียงอย่างเดียวในบ้านของคุณ แม้กระนั้นบางทีอาจเปลี่ยนเป็นแหล่งเสริมที่ไม่มีความจำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันของคุณ “ ฉันมิได้พูดว่าอย่าวางเทียนไว้บนขนมเค้กวันเกิดของลูกๆของคุณ แม้กระนั้นอย่ามีความคิดว่ามันเกิดเรื่องที่ไม่ดีถ้าเกิดคุณปลดปล่อยให้มันไหม้ตรงเวลาหลายชั่วโมงในบ้านของคุณ” คุณกล่าว
 
อีกหัวข้อหนึ่งที่ Nolen พรีเซนเทชั่นเป็นเรื่องจริงที่ว่าเทียนปลดปล่อย Volatile Organic Compounds (VOCs) ซึ่งเป็นสารเคมีที่บางทีอาจทำให้เป็นอันตรายในตัวมันเองหรือทำปฏิกิริยากับสารเคมีอื่นๆกลางอากาศเพื่อสร้างสารประกอบที่เป็นโทษ
 
Rob เห็นด้วยใช่ว่าเทียนจะปลดปล่อยอนุภาคและก็ใช่พวกมันปลดปล่อย VOC แม้กระนั้นไม่มีข้อชี้ชัดว่า PM และก็ VOC ที่มาจากแท่งเทียนจะห่วยไปกว่าสิ่งที่คุณเจอแค่เพียงเดินเที่ยวภายนอก “ ไม่มีปัญหาว่าเทียนจะสร้างสิ่งพวกนี้ได้ แม้กระนั้นผลิตในจำนวนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับอากาศที่คุณหายใจ” เขากล่าว
 
ใช่แล้วเทียนนำมาซึ่ง PM และก็ VOC ซึ่งทั้งคู่อย่างพบว่าเป็นโทษต่อร่างกาย แต่ว่าตามที่ Nolen ทำให้ทราบปัญหาบางทีอาจมิได้อยู่ที่การเผาเทียนด้วยตัวเอง แต่ว่าอยู่ที่ช่วงเวลาที่คุณจะเผาเทียน
 
เพราะฉะนั้นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับเทียนก็เลยเกิดเรื่องอนุภาค แม้กระนั้นหากฉันยังอยากเผาเทียนล่ะ?
ถ้าเกิดคุณพบว่าตนเองมีลัษณะทิศทางที่จะลดจำนวนฝุ่นผงในสิ่งแวดล้อมของคุณ แต่ว่าดูเหมือนจะไม่อาจจะทำให้เทียนหายไปได้สิ่งที่ดีเยี่ยมที่สุดที่คุณทำเป็นเป็นลดช่วงเวลาสำหรับในการเผา ไม่มีกฎที่ยากและก็รวดเร็วทันใจสำหรับช่วงเวลาที่ปลอดภัยสำหรับการเผาเทียนก่อนที่จะมันจะเริ่มทำให้เกิดปัญหาใดๆก็ตาม(การศึกษาวิจัยยังไม่มี) แต่ว่าในข้อคิดเห็นของ Nolen“ ยิ่งเผานานเท่าใดก็ยิ่งก่อมลพิษมากมายแค่นั้น” พากเพียรอย่าให้มันไหม้ตลอดวัน นอกเหนือจากนี้ควรจะตรวจตราให้มั่นใจว่าคุณได้ระบายอากาศอย่างเหมาะควรครั้งใดก็ตามเผาเทียน มันจะไม่ดึงมลภาวะออกไปทั้งผอง แม้กระนั้นดีแล้วกว่าไม่ทำอะไรเลย
 
สรุปได้ว่าเทียนมิได้ทำด้วยไส้ตะเกียงตะกั่วอีกต่อไปขี้ผึ้งของพวกเขาไม่เป็นพิษและก็คุณไม่จำเป็นที่จะต้องรู้สึกไม่ดีที่ได้เพลินกับกลิ่นหอมยวนใจๆของพวกเขา (ยกเว้นคุณจะเป็นโรคอาการหอบหืดหรือภูมิแพ้) โดยเหตุนี้ถ้าคุณไม่วิตกกังวลเกี่ยวกับ PM หรือ VOC ในบ้านคุณก็ควรจะปลดปล่อยให้มันไหม้ และก็ถ้าเกิดคุณกลุ้มใจ Nolen ขอเสนอแนะเทียนกระแสไฟฟ้าเพื่อบรรยากาศ


ผู้ตั้งกระทู้ John920 :: วันที่ลงประกาศ 2021-01-14 11:14:29


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.